AutoReserveAutoReserve
เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของลูกค้า! ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในใจของคุณมิตานิ เซโซ ผู้ก่อตั้ง【ทงคัตสึ นาริคุระ】
2567/12/4

เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของลูกค้า! ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในใจของคุณมิตานิ เซโซ ผู้ก่อตั้ง【ทงคัตสึ นาริคุระ】

"ทงคัตสึ" เมนูหมูทอดยอดนิยมของคนญี่ปุ่น ร้าน【ทงคัตสึ นาริคุระ】โดยคุณมิตานิ เซโซ ได้พลิกโฉมความคิดเดิมๆ ด้วย "ทงคัตสึสีขาว" จนกลายเป็นร้านยอดนิยมที่มีคิวยาวไม่ขาดสายทุกวัน หลังจากฝึกฝนเป็นเวลา 11 ปีในร้านเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 74 ปีอย่าง【เอนระคุ】คุณมิตานิได้เริ่มต้นธุรกิจของตนเองในปี 2010 ในย่านทาคาดะโนะบาบะ ซึ่งเปิดให้บริการนานถึง 9 ปี วันสุดท้ายของการดำเนินงานมีผู้คนหลายร้อยคนมาเข้าคิวเพื่อแสดงความอาลัยต่อการปิดร้าน และในปี 2019 ร้านได้ย้ายไปที่อาซากายะและเปลี่ยนไปใช้ระบบจองล่วงหน้า แต่ความนิยมก็ยังคงไม่ลดลง เราได้พูดคุยกับคุณมิตานิเกี่ยวกับเรื่องราวการกำเนิดของ "ทงคัตสึสีขาว" และความคิดของเขาในฐานะเชฟผู้สร้างสรรค์อาหาร
สารบัญ

ทงคัตสึหนึ่งเดียวที่ไม่มีใครเหมือน เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ーーーช่วยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับลักษณะพิเศษของทงคัตสึและวิธีการทอดด้วยอุณหภูมิต่ำ

วิธีการทอดของผมเริ่มจากอุณหภูมิต่ำและค่อยๆ เร่งไฟขึ้นครับ แล้วก็เสิร์ฟตอนทอดเสร็จใหม่ๆ เพราะตอนเนื้อสุกพอดีๆ จะอร่อยที่สุด การทอดไฟอ่อนๆ จะทำให้เนื้อไม่หดตัว กักเก็บความฉ่ำได้ดี ทำให้ทงคัตสึของผมฉ่ำอร่อยครับ

ーーーทงคัตสึของคุณได้รับการขนานนามว่า "ทงคัตสึสีขาว" ด้วยความสวยงามของรูปลักษณ์ คุณช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่ามาถึงสไตล์ปัจจุบันได้อย่างไร?

ตอนเปิดร้านใหม่ๆ ที่ทาคาดะโนะบาบะ มีลูกค้ามาเยือนน้อยมาก แต่เราก็ยังต้องสั่งวัตถุดิบเข้ามา ซึ่งทำให้เนื้อที่เก็บไว้ค่อยๆ เสื่อมคุณภาพและสุดท้ายต้องทิ้งไป ผมคิดว่าถ้าจะต้องทิ้งอยู่แล้ว ลองทำอะไรบางอย่างกับมันน่าจะดีกว่า ผมเลยทดลองทอดทงคัตสึด้วยวิธีต่างๆ เช่น ใส่หมูลงไปในน้ำมันที่ยังไม่ได้ให้ความร้อน หรือเริ่มจากน้ำมันที่ร้อนจัด หรือทอดจากอุณหภูมิต่ำแล้วค่อยเพิ่มสูงขึ้น หรือจากสูงแล้วลดลงต่ำ ผมลองทุกวิถีทางที่พอจะนึกออก เรียกได้ว่าช่วงนั้นกินแต่ทงคัตสึทุกวันเลยครับ (หัวเราะ)

ในตอนนั้นผมทำทงคัตสึที่มีขนาดบางประมาณ 120 กรัมเท่านั้น แต่มีรุ่นพี่ที่มาที่ร้านแล้วพูดว่า "ถ้ามีเนื้อเยอะ ลองทำแบบหนาขึ้นดูสิ" ผมเลยลองทำทงคัตสึที่มีความหนา 150 กรัมและ 200 กรัมดู ผลลัพธ์ที่ได้คือมันได้รับความนิยมมาก จากตรงนั้นผมก็ได้แรงบันดาลใจว่า "ต้องทำบางสิ่งที่มีเอกลักษณ์!"

แล้วก็ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียวนะครับ ผมเน้นเนื้อสัมผัสที่นุ่มด้วย โดยเฉพาะสันใน ที่สีแดงธรรมชาติ ถ้าทอดไฟแรงไปสีจะออกเทาๆ แล้วเนื้อจะแข็ง ผมเลยเลือกทอดไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ ทำให้เนื้อสีสวยเสมอกันทั้งชิ้น แล้วก็นุ่มทุกคำที่เคี้ยว เลยเป็นสไตล์อย่างที่เห็นครับ

ชื่อ "Chateaubriand" มันเป็นชื่อส่วนสันในวัวใช่ไหมครับ ผมกับเพื่อนเลยล้อกันว่า "ถ้าเป็นหมู ก็ต้อง ‘Chabutobriand’ สิ!" ชื่อนี้ไม่มีใครเหมือน แถมยังขำๆ ดีด้วย (หัวเราะ) ตอนนี้ลูกค้าเกือบทุกคนสั่งเมนูนี้ เป็นส่วนที่ผมแนะนำที่สุด แล้วก็ขายดีที่สุดด้วย ผมว่ามันแสดงเอกลักษณ์ทงคัตสึของผมได้ดีที่สุดเลยครับ ก็ต้องขอบคุณช่วงที่ลำบากตอนอยู่ทาคาดะโนะบาบะ เลยทำให้มีวันนี้ได้

ーーーช่วยเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการทอดด้วยอุณหภูมิต่ำได้ไหมครับ?

ทงคัตสึทั่วไป ตามตำราเขาจะทอดกันที่ 180 องศา แต่ของผมเริ่มที่ 110-120 องศา แล้วค่อยๆ เพิ่มความร้อน แต่ยังไงก็ไม่เกิน 150 องศา ถือว่าไฟอ่อนมากๆ สำหรับของทอด

ตอนนี้ ผมทอดทงคัตสึประมาณ 10 นาทีต่อเนื้อ 100 กรัม จากนั้นพักไว้ประมาณ 10 นาทีเช่นกัน ถ้าจะเปรียบเทียบ ก็คล้ายกับวิธีการทำโรสต์บีฟ เพราะเวลาในการทำให้สุกและเวลาพักนั้นใช้เวลาเท่าๆ กัน

น้ำมันหมูที่ผมใช้เรียกว่า "น้ำมันเยื่อบุช่องท้อง" ซึ่งเป็นน้ำมันที่ได้จากอวัยวะภายใน และถือเป็นวัตถุดิบที่หายากมาก เพราะต้องใช้หมูประมาณ 15 ตัวถึงจะได้น้ำมัน 1 กระป๋อง น้ำมันชนิดนี้มีจุดหลอมเหลวสูง ทำให้ละลายได้ยากและเย็นช้าลง จุดเด่นคือมีความหนืด เมื่อนำออกจากน้ำมัน น้ำมันที่ซึมอยู่ในแป้งชุบทอดยังคงความร้อนอยู่ ทำให้ความร้อนค่อยๆ ซึมเข้าไปในเนื้ออย่างช้าๆ
อุณหภูมิแกนกลางของเนื้อหลังทอดเสร็จอยู่ที่ประมาณ 20 องศา แต่หลังจากพักไว้ประมาณ 10 นาที อุณหภูมิแกนกลางของเนื้อจะเพิ่มขึ้นจนถึงประมาณ 60 องศา

ーーーช่วยบอกลักษณะเด่นของเนื้อหมูที่คุณใช้ได้ไหมครับ?

ตอนนี้ หมูหลักที่ผมใช้คือ "หมูหิมะบ่ม" ซึ่งเป็นหมูจากจังหวัดนีงาตะ กระบวนการ "ห้องหิมะ" เป็นวิธีการเก็บรักษาที่ปกคลุมคลังสินค้าทั้งหมดด้วยหิมะอัดแน่นหนาประมาณ 4 เมตร และปูชั้นด้านบนด้วยขี้เลื่อยและฟาง เพื่อป้องกันไม่ให้อุณหภูมิในคลังอุ่นขึ้นตลอดทั้งปี
ผมเคยไปที่นั่นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งมันเย็นมาก อุณหภูมิในห้องอยู่ที่ประมาณ 0 ถึง 1 องศา ความชื้นอยู่ที่ประมาณ 95% ถึง 99% ด้วยอุณหภูมิและความชื้นที่คงที่ ทำให้เหมาะสำหรับการบ่มอาหารอย่างยิ่ง
ที่นั่นไม่ได้บ่มแค่เนื้อหมูเท่านั้น แต่ยังบ่มวัตถุดิบอื่นๆ ด้วย ผมเคยลองชิมมันฝรั่งที่บ่มไว้ มันหวานอย่างน่าประหลาดใจ ส่วนเนื้อหมู เมื่อผ่านการบ่มแล้ว ความอร่อยจะเพิ่มขึ้น เส้นใยในเนื้อก็จะอ่อนนุ่มและนุ่มมากขึ้น ผมต้องการเสิร์ฟทงคัตสึที่นุ่มละมุน ดังนั้นเนื้อหมูชนิดนี้จึงเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน ผมได้รับตัวอย่างหมูจากงานแสดงสินค้า แล้วลองนำไปทอดดู ความรู้สึกแรกคือมันนุ่มจนฟันกัดผ่านได้ง่ายมาก ผมคิดว่า "นี่แหละ ใช่เลย" ตั้งแต่นั้นมาผมก็ใช้เนื้อหมูชนิดนี้มาตลอด
ตอนนี้หมูชนิดนี้เริ่มหายากขึ้น แต่ถ้ามีจังหวะเหมาะสม ผมก็อาจใช้เนื้อหมู "Tokyo X" หรือ "หมูอิวานากะ" และ "หมูดำ" บ้างในบางครั้งครับ

การพบกับทงคัตสึที่เปลี่ยนชีวิต

ーーーช่วยเล่าเกี่ยวกับประวัติของคุณมิตานิให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?

หลังเรียนจบ ผมทำงานขายที่ห้าง แต่พอทำจริงจัง รู้เลยว่างานบริการไม่ได้มีแค่ต้อนรับลูกค้า มีงานหลังบ้านเยอะมาก เลยคิดว่าถ้าทำอะไรเอง น่าจะทำในแบบที่ชอบได้มากกว่า เลยปรึกษาพ่อ พ่อเลยแนะนำว่า "ลุงเปิดร้านทงคัตสึที่โตเกียว ลองไปดูสิ" ผมเลยไปลองกินดู แล้วก็ตกใจมาก "ทงคัตสึอร่อยขนาดนี้ไม่เคยกินมาก่อนเลย!" ร้านลุงคนเยอะมาก ผมเลยคิดว่า "ถ้าทำได้แบบนี้ ชีวิตคงสบาย" ทำงานที่ห้างได้ 2 ปี ก็เลยตัดสินใจมาทางอาหารครับ

ーーーการได้ทำงานในร้านของคุณลุง คุณได้เรียนรู้อะไรที่สำคัญที่สุดครับ?

น่าจะเป็นเรื่อง "ความอดทน" ครับ ที่ร้านมีคุณลุงที่เป็นเจ้าของร้าน แล้วก็มีรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์สูงอีกสองคน ผมตั้งใจมากที่จะทำให้ได้เหมือนเขา แต่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยทำอาหารเลย พอมาเริ่มทำ ก็ทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ขนาดหั่นกะหล่ำปลี ยังไม่ทันได้หั่นกะหล่ำปลี ก็หั่นโดนนิ้วตัวเองก่อนแล้ว (หัวเราะ)

หลังเลิกงาน ผมฝึกซ้อมหั่นกะหล่ำปลีอย่างไม่หยุดหย่อนทุกวัน เนื่องจากมีรุ่นพี่ที่ผมเคารพอยู่ใกล้ตัว ผมจึงตั้งเป้าหมายที่จะตามรุ่นพี่ให้ทัน พร้อมกับมีความฝันที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเอง ความมุ่งมั่นและความฝันเหล่านี้ช่วยให้ผมผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความอดทนที่แสนลำบากไปได้

ーーーคุณลุงมีวิธีการสอนหรือถ่ายทอดอย่างไรบ้างครับ?

คุณลุงมอบหมายงานให้พวกเราดูแลเองในช่วงเวลาที่ไม่ใช่การขายตอนกลางวัน ดังนั้นการสอนโดยตรงจากคุณลุงมีไม่มากนัก แต่ก็มีลูกค้าบางคนพูดว่า "เจ้าของร้านไม่อยู่เหรอ? ถ้าไม่อยู่ งั้นไม่เป็นไร" แล้วก็เดินกลับไป ตอนนั้นผมคิดว่า "อ๋อ คุณลุงคือตัวแทนของร้านจริงๆ"
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเริ่มคิดว่า ถ้าผมเปิดร้านเอง "ผมจะต้องรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง" ถ้าร้านไปได้ดี ก็เป็นเพราะลูกค้าชอบทงคัตสึของผม แต่ถ้ามันไม่ได้เรื่อง ก็แปลว่าทงคัตสึของผมยังไม่ดีพอ ผมจึงตั้งใจแน่วแน่ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวเอง

ความหลงใหลที่ไม่เคยจางหายผลิดอกออกผลเป็นการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง

ーーーช่วยเล่าเรื่องราวที่นำไปสู่การเริ่มต้นธุรกิจของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ?

ตอนอายุ 35 ปี ผมบอกคุณลุงว่าผมอยากเปิดร้านเป็นของตัวเอง คุณลุงก็สนับสนุนและผลักดันให้ผมตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจ แต่ปัญหาเกี่ยวกับที่ตั้งร้านไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกว่าตอนนั้นไม่สามารถถอยหลังกลับไปได้แล้ว ผมเลยตัดสินใจลองทำงานในร้านอาหารประเภทอื่น เช่น อิซากายะและร้านคุชิอาเกะ (ของทอดเสียบไม้) เพื่อเพิ่มประสบการณ์
สุดท้ายผมก็ได้กลับไปทำงานในร้านทงคัตสึอีกครั้ง และในช่วงนั้นเองที่ผมเจอสถานที่ที่เหมาะสมในทาคาดะโนะบาบะ ทำให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้ ผมเปิดร้านของตัวเองตอนอายุ 39 ปี ใช้เวลาประมาณ 5 ปีหลังจากออกจากร้านของคุณลุงครับ

ชื่อผม "เซโซ" ตอนจะตั้งชื่อร้าน คิดว่าถ้าใช้ชื่อตัวเองตรงๆ มันแปลกๆ (หัวเราะ) เลยใช้เป็น "นาริคุระ" ตามอ่านแบบญี่ปุ่น คุงโยมิ แล้วก็เริ่มต้นร้าน 【ทงคัตสึ นาริคุระ】 แบบไม่มีประวัติอะไรเลย

ーーーประสบการณ์ในสายงานที่แตกต่างจากทงคัตสึช่วยให้คุณเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการทำอาหารหรือการบริการบ้าง?

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ความสำคัญของการจัดจาน ร้านทงคัตสึส่วนมากเสิร์ฟแค่กะหล่ำปลีกับทงคัตสึ ไม่มีแนวคิดเรื่องการจัดจาน หรือสีสันอะไรเลย ถ้ามีก็แค่ผักชีฝรั่ง แต่ผมได้เรียนรู้เรื่องการจัดอาหารให้มีมิติ วางเครื่องเคียงข้างหน้า เพิ่มสีสันให้สวยงาม ถือว่าได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ เยอะเลยครับ
ตอนที่ผมได้รับมอบหมายให้คิดเมนูสำหรับร้านคุชิอาเกะ (ของทอดเสียบไม้) ผมต้องคิดถึงวิธีการนำเสนออาหารแต่ละจาน เช่น การจับคู่ซอสที่เหมาะกับวัตถุดิบแต่ละชนิด เช่น "วัตถุดิบนี้เหมาะกับซอสนี้" ประสบการณ์นี้ทำให้มุมมองของผมกว้างขึ้นมาก เพราะก่อนหน้านี้ผมรู้จักแค่ทงคัตสึเท่านั้น
นอกจากนี้ วิธีการทอดในร้านคุชิอาเกะก็แตกต่างจากทงคัตสึมาก ร้านคุชิอาเกะจะทอดเนื้อหรือปลาในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงสะเด็ดน้ำมันออกทันที วิธีนี้ไม่มีในทงคัตสึ การเรียนรู้เทคนิคนี้ทำให้ผมมีวิธีการและตัวเลือกในการทำอาหารที่หลากหลายมากขึ้น

เรื่องบริการลูกค้า ผมไม่ค่อยถนัดเลยครับ ส่วนตัวชอบทำอาหารมากกว่า เลยไม่ค่อยได้คุยกับลูกค้าก่อน แต่ถ้าลูกค้าถามอะไรมา หรือเข้ามาคุย ผมก็ตั้งใจตอบดีๆ ครับ

ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและดึงดูดความสนใจจากต่างประเทศ

ーーーในปี 2019 คุณได้ย้ายร้านไปที่อาซากายะ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างไหมครับ?

ตอนแรกผมตั้งใจจะใช้ระบบแจกบัตรคิว แต่ด้วยความโชคดี ร้านกลับมีลูกค้ามาต่อคิวจำนวนมาก จนกลายเป็นแถวยาว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นย่านที่พักอาศัย และมีรถสัญจรผ่านไปมาค่อนข้างบ่อย ผมจึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและความปลอดภัยทางจราจร ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบจองล่วงหน้าแบบเต็มรูปแบบ
หลังจากย้ายร้าน ผมอยากทำงานแบบไม่รีบร้อนมากขึ้น การทราบเวลาที่ลูกค้าจองมาล่วงหน้าช่วยให้การเตรียมอาหารง่ายขึ้นมาก นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปีนี้ ผมเริ่มสอบถามออเดอร์ลูกค้าในขั้นตอนการจอง ซึ่งช่วยให้การเสิร์ฟอาหารราบรื่นกว่าที่เคยเป็น

ーーーมีลูกค้าต่างชาติมาใช้บริการไหมครับ?

ปัจจุบัน ลูกค้าต่างชาติมีสัดส่วนประมาณ 80% โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าจากภูมิภาคเอเชีย ในแต่ละวันอาจมีลูกค้าจากยุโรปหรืออเมริกาประมาณ 2 กลุ่ม ผมคิดว่าที่ประเทศของพวกเขาอาจไม่ค่อยมีโอกาสได้กิน "ทงคัตสึ" เท่าไหร่นัก แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าพวกเขารู้จักร้านของเราได้อย่างไร ทุกคนมักจะบอกว่า "อร่อยมาก" ซึ่งทำให้ผมดีใจมากครับ

ーーーเมนูของร้านเสิร์ฟในรูปแบบใดครับ?

เราเสิร์ฟในรูปแบบคล้ายชุดอาหาร โดยเริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อยและจานเล็ก รวมถึงกะหล่ำปลี จากนั้นเสิร์ฟข้าวและซุปหมู สุดท้ายจึงเสิร์ฟทงคัตสึ แม้จะไม่ใช่คอร์สอาหารเต็มรูปแบบ แต่เนื่องจากการทอดทงคัตสึต้องใช้เวลา เราจึงเตรียมอาหารที่สามารถรับประทานระหว่างรอทงคัตสึได้
สำหรับจานเล็กจะมีฮิจิกิหรือคินปิระ ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยจะทำจากเอ็นเนื้อสันใน เช่น สตูว์เอ็นเนื้อ หรือคานาเป้ขนาดพอดีคำ และอาจเป็นหมูอบ โรสท์พอร์ค เมนูอาจไม่ได้มีหลากหลาย แต่เราก็เตรียมอย่างหลากหลายให้เลือก

ปริมาณรวมๆ แล้วเยอะเลยครับ ผมว่าให้เยอะดีกว่าน้อย แล้วช่วงนี้ทงคัตสึก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ลูกค้าอิ่มอร่อยเต็มที่ครับ

เพื่อความสุขและ "ความพึงพอใจ" ของลูกค้าในทุกช่วงเวลา

ーーーสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณในการทำอาหารคืออะไรครับ?

ตัวอย่างเช่น สำหรับพวกเราในฐานะเชฟ หากมีลูกค้ามา 50 คนในมื้อกลางวัน นั่นหมายความว่าต้องเตรียมอาหาร 50 จาน ลูกค้าแต่ละคนก็เป็น 1/50 แต่สำหรับลูกค้า มื้อกลางวันในวันนั้นคือ 1/1 ของพวกเขา ผมคิดว่า 1/50 และ 1/1 ต้องมีความสำคัญเท่ากัน
ถึงแม้ร้านจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม ถ้าทำอาหารด้วยความเร่งรีบแล้วส่งอาหารที่ไม่ดีออกไป มื้อนั้นจะกลายเป็นมื้อที่น่าผิดหวังสำหรับลูกค้าคนนั้น ดังนั้นผมจึงพยายามทำงานด้วยความรู้สึกแบบ 1/1 เหมือนกัน เพราะในหนึ่งวันมีเพียงสามมื้อ และลูกค้าตัดสินใจมารับประทานอาหารมื้อหนึ่งที่ร้านของเรา ถ้ามื้ออาหารนั้นทำให้พวกเขาผิดหวัง ผมคงรู้สึกเสียใจมาก
ผมอยากให้ลูกค้าบอกว่า "อร่อยมาก" แล้วเดินกลับไปด้วยความสุขใจครับ

อาจจะแค่ความพอใจส่วนตัว แต่ทำของดีออกมาแล้วผมก็ดีใจ อยากให้สิ่งที่ผมคิดว่า "น่าอร่อย" เป็นสิ่งที่ลูกค้าคิดว่า "อร่อย" เหมือนกัน เลยพยายามทำให้ดีที่สุด ให้ตัวเองมั่นใจ มันก็แค่ความพอใจส่วนตัวจริงๆ ครับ

ーーーในอนาคตมีสิ่งที่อยากท้าทายหรือกำลังวางแผนอยู่บ้างไหมครับ?

ตอนนี้ในเมนูของร้านยังไม่มีคัตสึด้ง แต่ผมกำลังคิดถึงวิธี "เปลี่ยนรสชาติ" สำหรับลูกค้าที่อาจกินชุดอาหารไม่หมด เช่น การเสิร์ฟทงคัตสึพร้อมกับเตาขนาดเล็ก แล้วให้ลูกค้า "ทำคัตสึด้งด้วยตัวเอง" ผมคิดว่ามีหลายคนที่ชอบทำอาหารด้วยตัวเอง ถ้าทำแบบนี้ได้น่าจะดี
แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเวลาการพักที่จำกัดของลูกค้า ทำให้ผมยังต้องคิดว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

ーーーสุดท้ายนี้ สำหรับคุณมิตานิ "ความอร่อย" คืออะไรครับ?

ผมว่า "ความอร่อย" คือการที่ทำให้คนมีความสุขครับ เวลาเรากินของอร่อยๆ เราก็มีความสุขใช่ไหมครับ? ผมทำอาหารด้วยความหวังแบบนั้น ถ้าลูกค้าทานแล้วบอกว่า "ทำไมหมดเร็วจัง!" ผมจะดีใจมาก การที่ลูกค้าทานอร่อยและมีความสุข คือสิ่งสำคัญที่สุด ผมหวังว่าจะส่งต่อความสุขนี้ให้ลูกค้าได้ทุกๆ วันครับ

ถึงแม้ว่าคุณมิตานิจะสร้างชื่อเสียงในฐานะตำนานทงคัตสึ แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นค้นคว้าเพื่อเสิร์ฟอาหารที่ดีที่สุดทุกวัน เรื่องราวของ "ทงคัตสึสีขาว" เอกลักษณ์ของ 【ทงคัตสึ นาริคุระ】 เกิดจากช่วงเวลาเงียบเหงาตอนเปิดร้านใหม่ๆ ที่เขาใช้เวลาทุ่มเทวิจัยวัตถุดิบ แป้ง และน้ำมันทอด การที่เขามุ่งมั่นกับอาหาร และอยากส่งต่อ "ความอร่อย" โดยไม่ย่อท้อ ทำให้ 【ทงคัตสึ นาริคุระ】 เป็นที่รักของลูกค้ามาตลอด 14 ปี

สัมภาษณ์โดย/ยูริ ยานางิยะ
เขียนโดย/กองบรรณาธิการ AutoReserve Magazine
ถ่ายภาพโดย/อาสึสะ นาคาโอกะ

ข้อมูลร้าน

  1. นิตยสาร AutoReserve
  2. ร้านชื่อดังของญี่ปุ่นที่ภาคภูมิใจนำเสนอแก่คนทั้งโลก
  3. เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของลูกค้า! ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในใจของคุณมิตานิ เซโซ ผู้ก่อตั้ง【ทงคัตสึ นาริคุระ】
เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดซึ่งจะอยู่ในความทรงจำของลูกค้า! ความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในใจของคุณมิตานิ เซโซ ผู้ก่อตั้ง【ทงคัตสึ นาริคุระ】 | นิตยสารจองอัตโนมัติ